วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรียนสัปดาห์ที่ 9

เรียนครั้งที่  9



วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
วัน/เดือน/ปี 14 มิถุนายน 2556
ครั้งที่ 1 เวลาเรียน 13:10 น. เวลาเข้าสอน 13:10 น. เวลาเลิกเรียน 16:40 น.



สิ่งที่ได้รับจากการเรียน

ในการเรียนครั้งนี้ ได้ทำกิจกรรม  ร่วมกันภายในกลุ่ม  โดย ได้ช่วยกันแต่งนิทานขึ้นมา  แล้วก๊แบ่งกลุ่ม รับผิดชอบ งาน  ในการ วาดภาพ  และ  ระบายสี  แบ่งตามเนื้อหาของเรื่อง
หรือ งาน ที่เลือกว่า    Big Book 



 เรื่องบทเรียนของกระต่ายน้อย

มีครอบครัวกระต่ายอยู่ครอบครัวหนึ่ง สร้างบ้านอยู่ในทุ่งหญ้าสีเขียวครอบครัวกระต่ายประกอบด้วย พ่อ แม่และมีลูกกระต่าย 2 ตัว และลูกกระต่ายชอบแย่งแครอทกัน น้องชายแย่งแครอทของพี่ และพี่ก็ยอมเสียสละให้น้องเสมอเพราะเชื่อฟังที่พ่อแม่สอน แต่น้องก็เอาแต่ใจเกินไปต้องให้พี่ยอมน้องทุกเรื่อง แต่แล้ววันหนึ่งมีกระรอกตัวหนึ่งมาแย่งแครอทของน้องกระต่ายไป น้องก็เลยได้แต่นั่งร้องไห้ พี่กระต่ายเลยนำแครอทของตนเองมาให้กับน้อง น้องเกิดความสงสารทำไมพี่ถึงเอ าแครอทมาให้และพี่ก็บอกว่าเราเป็นพี่น้องกันก็ต้องแบ่งบัน น้องกระต่ายเลยหักแครอทแบ่งกับพี่คนละครึ่งแล้วจากนั้นน้องกระต่ายก็ไม่เอาแต่ใจตนเองอีกเลย


สมาชิกในกลุ่มของฉันช่วยกันทำงาน
งานของทุกกลุ่ม ที่ออกมาเสร็จแล้ว

นั่งฟังอาจารย์อธิบายงาน

ปรึกษากันในกลุ่ม

โชว์งานของทุกกลุ่ม ก่อนเข้าเล่ม

งานของกลุ่มฉัน

การนำไปใช้ประโยชน์

1. นำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาด้านการเรียนรู้ของตนเอง
2. นำสิ่งที่ได้เรียน ที่ได้ความรู้ ไปใช้กับเด็กในช่วงวัยปฐมวัย
3. เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มมากขึ้น
4. เอาความรู้ที่ได้ ไปใช้กับการเรียนรู้ต่อไป



เรียนสัปดาห์ที่ 8



เรียนครั้งที่  8


ไม่มีเรียนค่ะ  สอบ

วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรียนสัปดาห์ที่ 7




เรียนครั้งที่  7

วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
วัน/เดือน/ปี 14 มิถุนายน 2556
ครั้งที่ 1 เวลาเรียน 13:10 น. เวลาเข้าสอน 13:10 น. เวลาเลิกเรียน 16:40 น.



กรรไกร คือรูปที่ดิฉันวาดเอง
สิ่งที่ได้รับจากการเรียน

1. ให้ทำกิจกรรมก่อนเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียน  กิจกรรม คือ  การให้ นักศึกษาทุกคน วาดรุป อะไรก็ได้ ตามใจชอบ  แล้วพอวาดเสร็จแล้ว  ก้อให้เอารูปที่ทุกคนวาด  ไปเล่าเป็นนิทานแบบต่อเนื่อง  โดยที่รูปของเราจะต้องตรงกับเนื้อหา  นิทาน ที่เพื่อนๆส่งต่อกันมา  โดยที่เราจะเล่าให้ รูปที่เราวาด กับเรื่องราวการ์ตูนที่เพื่อนส่งต่อมา  ให้สัมพันธ์กัน



รูปที่เพื่อนวาด  แล้วออกมาสวย

2. การประเมิน
1) ใช้เครื่องมือในการประเมินที่หลากหลาย
 2 ) เน้นที่ความก้าวหน้าของเด็ก
- บันทึกสิ่งที่เด็กทำได้
-ทำให้สามารถส่งเสริมเด็กให้ก้าวไปสู่พัฒนาการทางภาษาในระดับที่สูงข้น

หัวข้อการประเมิน


3. การประเมินจากบริบทที่หลากหลาย
4. ให้เด็กมีโอกาสประเมินตนเอง
5. ครูให้ความสนใจทั้งกระบวนการและผลงาน
6. ประเมินเด็กเป็นรายบุคคล
ตัวอย่างกิจกรรมส่งเสริมทักษะทางภาษา
- การเขียนตามคำบอกของเด็ก
-ช่วยเด็กเขียนบันทึก
- อ่านนิทานร่วมกัน
- เขียนประกาศเพื่อแจ้งข่าวเตือนความจำ
- อ่านคำคล้องจอง
- ร้องเพลง
- เล่าสู่กันฟัง
- เขียนส่งสารถึงกัน


อ. ตฤน กำลังสอน
การนำไปใช้ประโยชน์
1. นำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาด้านการเรียนรู้ของตนเอง
2. นำสิ่งที่ได้เรียน ที่ได้ความรู้ ไปใช้กับเด็กในช่วงวัยปฐมวัย
3. เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มมากขึ้น
4. เอาความรู้ที่ได้ ไปใช้กับการเรียนรู้ต่อไป

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรียนสัปดาห์ที่ 6

เรียนครั้งที่  6

วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
วัน/เดือน/ปี 14 มิถุนายน 2556
ครั้งที่ 1 เวลาเรียน 13:10 น. เวลาเข้าสอน 13:10 น. เวลาเลิกเรียน 16:40 น.



สิ่งที่ได้รับจากการเรียน

Kenneth Goodman
- เสนอแนวทางการสอนภาษแบบธรรมชาติ
-มีความเชื่อมโยงระหว่างภาษากับความคิด
-แนวทางการสอนมีพื้นฐานมาจากการเรียนรู้และธรรมชาติของเด็ก

ธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
-สนใจอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบๆตัว
-ช่างสงสัย ช่างซักถาม
-มีความคิดสรางสรรค์และจินตนาการ
-ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
-เลียนแบบคนรอบข้าง


2. สอนภาษาแบบธรรมชาติ ( Whole language) 
ทฤษฏีที่มีอิทธิพลต่อการสอนภาษาแบบธรรมชาติ   Dewey / Vygotsky /Haliday
- เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์และการลงมือกระทำ
-เด็กเรียนรูจากกิจกรรม การเคลื่อนไหวของตนเองและการได้สัมผัสจับต้องกับสิ่งต่างๆ แล้วสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง
-อิทธิพลของสังคมและบุคคลอื่นๆมีผลต่อการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
   การสอนภาษาธรรมชาติ
-สอนแบบบูรณาการองค์รวม
-สอนในสิ่งที่เด็กสนใจและมีความหมายสำหรับเด็ก
-สอนสิ่งใกล้ตัวเด็กและอยู่ในชิวิตประจำวัน
-สอดแทรกการฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ไปพร้อมกับการทำกิจกรรม
-ไม่เข้มงวดกับการท่อง  สะกด
-ไม่บังคับใหเด็กเขียน


หลักการของการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
1. การจัดสภาพแวดล้อม
-ตัวหนังสือที่ปรากฏในห้องเรียนจะต้องมีเป้าหมายในการใชจริงๆ
-หนังสือที่ใชจะต้องเป็นหนังสือที่ใช้ภาษาที่มีความหมายและสมบูรณ์ในตัว
-เด็กมีส่วนในการจัดสภาพแวดล้อม

2. การสื่อสารที่มีความหมาย
-เด็กสื่อสารโดยมีพื้นฐานจากประสบการณ์จริง
-เด็กอ่านและเขียนอย่างมีจุดมุ่งหมาย
-เด็กได้ใช้เวลาในการอ่านและเขียนตามโอกาส

3. การเป็นแบบอย่าง
- ครูอ่านและเขียนโดยมีจุดมุ่งหมายในการใช้ให้เด็กเห็น
-ครูเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กเห็นว่าการอ่านเป็นเรื่องสนุก

4. การตังความคาดหวัง
-ครูเชื่อมั่นว่าเด้กมีความสามารถในการอ่านและการเขียน
-เด็กสามารถอ่าน เขียนไดดีและถูกตองยิ่งขึน

5. การคาดคะเน
-เด็กมีโอกาสที่จะลองกับภาษา
-เด็กได้คาดเดาหรือคาดคะเนคำที่จอ่าน
-ไม่คาดหวังให้เด็กอ่านและเขียนได้หมือนผู้ใหญ่

6. การใช้ข้อมูลย้อนกลับ
-ตอบสนองความพยายามในการใช้ภาษาของเด็ก
-ยอมรับการอ่านและการเขียนของเดก
-ตอบสนองเด็กใหเหมาะสมกับสถานการณ์

7. การยอมรับนับถือ
-เดกมีความแตกต่างระหว่างบุคคล
-เด็กได้เลือกกิจกรรมที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง
-ในช่วงเวลาเดียวกันเด็กไม่จำเป็นต้องทำกิจกรรมเดียวกัน
-ไม่ทำกิจกรรมตามลำดับขั้นตอน

8. การสร้างความรู้สึกเชื่อมั่น
-ให้เด็กรู้สึกปลอดภัยที่ใช้ภาษา
-ครูจะต้องทำให้เดกไม่กลัวที่จะขอความช่วยเหลือ
-ไม่ตราหนาเด็กว่าไม่มีความสามารถ
-เด็กมีความเชื่อมั่นว่าตนเองมีความสามารถ

บทบาทครู (นิรมล ช่างวัฒนชัย , 2541)
-ครูคาดหวังเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน
-ใช้ประสบการณ์ตรงในการสนับสนุนการอ่าน การขียน
-ครูควรยอมรับกับความไม่ถูกครบถ้วนของเด็ก
-ครูสร้างความสนใจในคำและสิ่งพิมพ์

การนำไปใช้ประโยชน์

1. นำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาด้านการเรียนรู้ของตนเอง
2. นำสิ่งที่ได้เรียน ที่ได้ความรู้ ไปใช้กับเด็กในช่วงวัยปฐมวัย
3. เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มมากขึ้น
4. เอาความรู้ที่ได้ ไปใช้กับการเรียนรู้ต่อไป




เรียนสัปดาห์ที่ 5

เรียนครั้งที่  5

วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
วัน/เดือน/ปี 14 มิถุนายน 2556
ครั้งที่ 1 เวลาเรียน 13:10 น. เวลาเข้าสอน 13:10 น. เวลาเลิกเรียน 16:40 น.

สิ่งที่ได้รับจากการเรียน


จะนำเสนองานต่อจากสัปดาห์ที่แล้วของกลุ่มที่ยังไม่นำสนอแลว อาจารย์ก็สอน
องค์ประกอบของภาษา
1.  Phonology เสียง  -ระบบสียงของภาษา
                                -เสียงที่มนุษย์ปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมาย
                                - หน่วยเสียงจะประกอบขึ้นเปนคำในภาษา
2. Semantic  ความหมายของภาษาและคำศัพท์
- คือความหมายของคภาษาและคำศัพท์
-คำศัพท์บางคำสามารถมีได้หลายควมหมาย
-ความหมายเหมือนกันแต่ใช้คำศัพท์ต่างกัน
 3. Syntex  ไวยากรณ์ของภาษา
- คือระบบไวยากรณ์
-การเรียงรูปประโยค
4. Pragmatic การนำภาษาไปใช้
- คือระบบการนำไปใช้
-ใช้ภาษาให้ถูกต้องตามสถานการณ์แลกาลเทศะ
แนวคิดนักการศึกษา
1. แนวคิของกลุ่มพฤติกรรมนิยม
ทฤษฏี  Skinner
 -สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางภาษา
-ให้ความสำคัญกับสิ่งราแลการตอบสนอง
 Jone B.watson
-ทฤษฏีการวางงื่อนไขแบบคลาสสิค
-การวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเดกเปนสิ่งที่สามารถกระทำไดและผูใหญ่สามารถจะวางงื่อนไขใหเด็กเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ไดทุกพฤติกรรม
สรุปแนวคินักพฤติกรรมนิยม  เชื่อว่า
-ภาษาเปนกระบวนการภายในของมนุษย์
-การเรียนภาษาเปนผลจากการปรับพฤติกรรมโดยสิ่งแวดล้อม
-เด็กเกิดมาโดยมีศักยภาพในการเรียนรู้ภาาา
-เดกจะสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรม เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบตัว
-เมื่อไรับแรงเสริมจะทำให้เด็กลือนแบบตัวแบบมากขึน
2. แนวคิดกลุ่มพัฒนาทางสติปัญญา
Piaget
-เด็กเรียนรู้จากการมีปฏฺสัมพันธ์กับสิ่งแวล้อม
-ภาษาเปนสิ่งที่แสดงให้เห็นระดับพัฒนาการสติปัญญา
Vygotsky
-เด็กเรียนรู้จากการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
-สังคม บุคคลรอบข้าง มีผลต่อการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
-เนนบทบาทของผู้ใหญ่
-ผู้ใหญ่ช่วยชีแนะและขยายประสบการณ์ของเด็ก
3. แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อว่าเรื่องควาพรอมของร่างกาย
 Arnold Gesell
-เน้นความพร้อมทางด้านร่างกายในการใช้ภาษา
-ความพร้อม วุฒิภาวะของเดกแต่ละคนไม่เท่ากัน
-เด็กบางคนอาจมีความพร้อมทางด้านร่างกายในการใช้อย่างรวดเร็ว
4. แนวคิดของกลุ่มที่เชื่อว่าเรื่องภาษาติตัวมาแต่เกิด
 Noam chomsy
-กรรียนรู้ภาษาขึนแยู่กับวุฒิภาวะ
 O.hobart mowreh
 -คิดค้นทฤษฏีความพึงพอใจ  ความสามารถในการฟังและความพลิดเพลินจากการได้ยินเสียงผู้อื่นและเสียงตัวเองเปนสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางภาษา

แนวทางในการจัดประสบการณ์ทางภาษา
-เป็นสิ่งที่สะท้อนปรัชญาและความเชื่อของครูเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาของเด็ก
-นำไปสู่การกำหนดกระบวกการที่ใช้อย่างแตกต่างกัน
 Richard and Rodyer 
ได้แบ่งมุมมองภาษาในการจัดประสบการณ์ 3 กลุ่ม
1. มุมมองด้านโครงสร้างของภาษา
2. มุมมองด้านหน้าที่ของภาษา
3.มุมมองดานปฏิสัมพันธ์
มีกิจกรรมในชัวโมงเรียน คือ ให้นักศึกษาทุกคนวาดรูปในสิ่งที่รักที่หวงมาตั่งแต่เด้ก แล้ว เอาไปโชว์ พร้อมทั้งอธิบายให้เพื่อนๆฟัง ถึงเหตุผลที่เลือกตัวนั้นมำไมถึงชอบ
สิ่งที่รักของฉันตอนเด็กคือ ตุ๊กตาสุนัข ที่แม่ซื้อให้  ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว
การนำไปใช้ประโยชน์

1. นำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาด้านการเรียนรู้ของตนเอง
2. นำสิ่งที่ได้เรียน ที่ได้ความรู้ ไปใช้กับเด็กในช่วงวัยปฐมวัย
3. เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มมากขึ้น
4. เอาความรู้ที่ได้ ไปใช้กับการเรียนรู้ต่อไป

5. การรู้จักเพือนมากขึ้น 

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรียนสัปดาห์ที่ 4

เรียนครั้งที่  4
วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
วัน/เดือน/ปี 14 มิถุนายน 2556
ครั้งที่ 1 เวลาเรียน 13:10 น. เวลาเข้าสอน 13:10 น. เวลาเลิกเรียน 16:40 น.


สิ่งที่ได้รับจากการเรียน

สัปดาห์นี้จะเสนองานที่ให้ทำโดยแบ่งเป็นกลุ่ม 

กลุ่มที่ 1 ภาษาของเด็กปฐมวัย
เด็กจะเรียนรู้โดยผ่านการเล่นตามธรรมชาติในตัวเด็ก จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก และจากสิ่งที่ได้เห็น
กลุ่มที่ 2  แนวคิดของนักทฤษฏีทางภาษาของเด็กปฐมวัย
Chomsky  นักจิตวิทยาทางด้านภาษาและนักภาษาศาสตร์ ได้ศึกษาพบว่าเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการ ทางภาษาที่ค่อนข้างจะรวดเร็ว มีลักษณะที่พิเศษที่จะส่งเสริมให้เรียนรู้ภาษาได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่การมีแรงจูงใจตนเองที่จะใช้ภาษาเพื่อสื่อสารกับบุคคลรอบข้าง จะเห็นได้ว่าเด้กจะสนใจถามอยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งที่เขาเห็นนั่นคืออะไร
เพียเจท์  ได้เสนอแนวคิดไว้ว่า เด็กๆเกิดการเรียนรู้ได้โดยการมีส่วนร่วมและการลงมือปฏิบัติในกิจกรรมต่างๆ  ได้เคลื่อนไหวตนเองในกิจกรรม ได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อม ได้คิดด้วยตนเอง และเกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น และการพัฒนาภาาาจากกิจกรรมต่างๆ
ไวกอตสกี้ กล่าวว่า เด้กเกิดการเรียนรู้ภาษาตนเองจาการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเด็ก  เกิดการเรียนรู้ผ่านการเล่น และเข้าร่วมกิจกรรม การช่วยเหลือและลงมือปฏิบัติอย่างเป็นขั้นเป็นตอนจากการใช้สัญลักษณ์ต่างๆได้ เกี่ยวกับการเล่นและกิจกรรมต่างๆ
จอร์น ดิวอี้  กล่าวว่า การเรียนรู้ภาษาของเด็กเกิดจากการมีประสบการณ์ตรงลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เรียกว่า ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้
ฮอลลิเดย์ กล่าวว่า จากการที่เด็กได้มีประสบการณ์ตรงลงมือปฏิบัติจริง มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ได้ใช้ภาษาที่เกี่ยวข้องกับการร่วมกิจกรรมทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาภาาา ทำให้อ่านออกเขียนได้ผ่านกระบวนการคิดและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
กลุ่มที่ 3พัฒนาการทางสติปัญญาเด็กแรกเกิด-2ปี
ทารกแรกเกิด : ลูกจะใจจดใจจ่อ อยู่กับใบหน้าของคุณ
อายุ 4 สัปดาห์ : ทารกจะเฝ้ามองคุณและพยายามเลียนแบบ
อายุ 6 สัปดาห์ : ทารกจะยิ้มไล่หลังคุณไป
อายุ 3 เดือน : จะชอบมองของเล่นที่แขวนให้ดู
อายุ 4 เดือน : จะแสดงอารมณ์และความรู้สึก
อายุ 5 เดือน : เริ่มเข้าใจสิ่งปกติ
อายุ 6 เดือน : จะเริ่มสนใจในกระจกเงา และเริ่มชอบอาหาร
อายุ 8 เดือน : จะรู้จักชื่อของตนเอง และรู้จักคำว่า ไม่
อายุ 9 เดือน : จะเริ่มแสดงความสนใจ
อายุ 15 เดือน : จะรู้จักความหมายของการหอมแก้ม
2 ปี : เด้กจะชอบอยู่ตามลำพัง กับของเล่น
กลุ่ม 4 พัฒนาทางสติปัญญา 2-4 ปี
เพียเจท์ กล่าวไว้ว่า พัฒนาการของเด็กเป็นไปตามขั้นตอน อย่าไปเร่งรัดเด้ก เพราะจะเป็นการปิดกั้นเดก เด้กจะมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน และมีการโต้ตอบกับคนแปลกหน้าได้
กลุ่ม 5 เด็ก 4-6 ปี
ช่วงที่มีการพัฒนา เริ่มมีการรับรู้ และสังเกต ชอบถาม จะเข้าใจคำถามและคำตอบที่ง่ายๆ สามารถใช้ภาษาสื่อสารได้ดี แต่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก
กลุ่ม 6 ทฤษฏี จิตวิทยาการเรียนรู้
การเรียนรู้คือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของบุคคลอันเนื่องมาจากการได้รับประสบการณ์และต้องอาศัยวุฒิภาวะ
ประสบการณ์ตรง คือ การพบเจอและสัมผัสด้วยตนเอง
ประสบการณ์ทางอ้อม คือ ได้มาจากการรับรู้จากบุคคลอื่น
เด็กจะเรียนรู้จากสิ่งรอบข้างและพูดตามสิ่งที่เข้าใจ
กลุ่ม 7 วิธีการเรียนรู้ของเด้กปฐมวัย
การเรียนรู้ของเด็กเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากการทำงานของโครงสร้างทางปัญญา จะมาจากการสัมผัส การช่วยเหลือตนเอง การได้จับสิ่งของ
กลุ่ม 8   -
กลุ่ม 9 องค์ประกอบภาษาด้านภาษา
องค์ประกอบภาษาคือ เสียงกับการอ่าน
เสียง คือ สิ่งที่คนเราเปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมายในสิ่งที่ต้องการ ในวัยปฐมวัยจะแสดงออกด้วยการออกเสียง  อ๊อแอ๊ เพื่อให้รู้ว่าเขามีความต้องการ
การอ่าน คือ การรับรู้ข้อความ อ่านเพื่อเข้าใจและรับรู้ความหมายจากเครื่องหมายหรือสัญลัษณ์ต่างๆและอย่าไปบังคับให้เด้กอ่าน
ไวยากาณ์ คือ การประสมคำให้เป็นประโยค
ความหมาย คือ เด็กจะพูดและเข้าใจในความหมายของตน และยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางในความหมายนั้นๆ จะตีความหมายของคำได้
กลุ่ม 10 หลักการจัดประสบการณ์เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย
เด้กจะเน้นเรื่องทักษะและไวยากรณ์ คิดให้เป็นธรรมชาติ  แสดงออกและสอนเป็นธรรมชาติ อย่าพึ่งไปเน้นกับเด้ก  การจะพาเด็กเรียนต้องทำให้เขารู้จักจัวของเขาก่อน อย่าไปคาดหวังเด้กให้มีพัฒนาการเหมือนกันทังห้อง เพราะเด็ดทุกคนมีความแตกต่างกัน การใช้คำถามกับเด้กเป็นการบ้านให้เด็กได้กลับไปถามพ่อแม่  จะได้เรื่องการสื่อสาร
รูปแบบการสอนคือ การอ่าน
1. อ่านอิสระ อ่านตามลำพัง
2.อ่านร่วมกันเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อให้เด็กเข้าใจในสิ่งที่อ่าน
  อย่าไปคาดหวังการเขียนของอนุบาลเหมือนวัยประถมฃ


การนำไปใช้ประโยชน์


1. นำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาด้านการเรียนรู้ของตนเอง
2. นำสิ่งที่ได้เรียน ที่ได้ความรู้ ไปใช้กับเด็กในช่วงวัยปฐมวัย

3. เข้าใจกระบวนการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มมากขึ้น
4. เอาความรู้ที่ได้ ไปใช้กับการเรียนรู้ต่อไป


วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรียนสัปดาห์ที่ 3


เรียนครั้งที่  3

วิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย
วัน/เดือน/ปี 14 มิถุนายน 2556
ครั้งที่ 1 เวลาเรียน 13:10 น. เวลาเข้าสอน 13:10 น. เวลาเลิกเรียน 16:40 น.


ในสัปดาน์นี้เป็นกิจกรรมรับน้องพอดี เลยไม่มีการเรียน การสอนค่ะ




รูปภาพเกี่ยวกับกิจกรรมการรับน้อง